พรีวิวพรีเมียร์ลีก เบรนท์ฟอร์ด พบ เชลซี

พรีวิวพรีเมียร์ลีก เบรนท์ฟอร์ด พบ เชลซี

ศึกดาร์บี้แมตช์ลอนดอนเดือด! “ผึ้งฆ่าตัวใหญ่” ดวล “สิงห์บลูส์” สายลุย

ข้อมูลการแข่งขัน

  • คู่แข่งขัน : เบรนท์ฟอร์ด (อันดับ 7) VS เชลซี (อันดับ 6)
  • สนาม : เบรนท์ฟอร์ด คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม
  • เวลา : 02.00 น.
  • ราคาบอล : เชลซี ต่อ 0.25 (-5)

ถ้าถามผมว่าศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์คู่ไหนในช่วงหลังที่ดูแล้ว “อึดอัด” และ “เดาทางยาก” ที่สุด หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของคู่ เบรนท์ฟอร์ด พบ เชลซี ติดอยู่ในลิสต์แน่นอนครับ

ผมมองว่าแม้ชื่อชั้นของเชลซีจะดูเหนือกว่าตามหน้าเสื่อ แบรนด์บอลใหญ่กว่า แต่นี่คือเกมที่ทีมเยือนไม่ได้เคี้ยวกินง่ายๆ เลย ยิ่งมองไปที่สถิติการเจอกันย้อนหลัง ยิ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่าเบรนท์ฟอร์ดเป็นเหมือน “ก้างชิ้นโต” ที่สิงห์บลูส์มักจะกลืนไม่ลงอยู่บ่อยครั้ง

ช่วงเวลานี้ทั้งสองทีมกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนของฤดูกาลที่น่าสนใจมากครับ เบรนท์ฟอร์ดภายใต้การนำทัพของ คีธ แอนดรูว์ส กำลังรักษามาตรฐานความเคี่ยวได้ดี โดยเฉพาะการเล่นในรังเหย้า ขณะที่เชลซีของ ชาบี อลอนโซ่ ก็เริ่มฉายแสงความโหดในเกมรุกให้เห็น เพียงแต่ปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอในเกมรับยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ที่แฟนๆ ต้องลุ้นกันนัดต่อนัด

พอลองเปิดสมุดบัญชีเช็กสถิติย้อนหลังที่ทั้งสองทีมดวลกัน 10 นัดหลังสุด ผมบอกได้เลยว่าแฟนเชลซีมีหนาวๆ ร้อนๆ แน่นอนครับ เพราะสิงห์บลูส์เก็บชัยชนะเหนือเบรนท์ฟอร์ดได้เพียง 3 นัดเท่านั้น ที่เหลือเป็นการเสมอกันถึง 4 ครั้ง และเบรนท์ฟอร์ดเป็นฝ่ายช็อกยิงเชลซีพังคาบ้าน-คิงรังไปได้ถึง 3 นัด!

  • 17/01/26 เชลซี ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0 (พรีเมียร์ลีก)
  • 14/09/25 เบรนท์ฟอร์ด เสมอ เชลซี 2-2 (พรีเมียร์ลีก)
  • 06/04/25 เบรนท์ฟอร์ด เสมอ เชลซี 0-0 (พรีเมียร์ลีก)
  • 16/12/24 เชลซี ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 (พรีเมียร์ลีก)
  • 02/03/24 เบรนท์ฟอร์ด เสมอ เชลซี 2-2 (พรีเมียร์ลีก)
  • 28/10/23 เชลซี แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-2 (พรีเมียร์ลีก)
  • 27/04/23 เชลซี แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-2 (พรีเมียร์ลีก)
  • 20/10/22 เบรนท์ฟอร์ด เสมอ เชลซี 0-0 (พรีเมียร์ลีก)
  • 02/04/22 เชลซี แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 1-4 (พรีเมียร์ลีก)
  • 23/12/21 เบรนท์ฟอร์ด แพ้ เชลซี 0-2 (ลีก คัพ)

บทวิเคราะห์จากสถิติ :

จุดที่ผมอยากให้สังเกตคือ เกมที่เล่นกัน ณ สนามเบรนท์ฟอร์ด คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม แห่งนี้ ในลีก 4 ครั้งหลังสุด เชลซีไม่เคยบุกมาเก็บ 3 แต้มเต็มออกไปได้เลย (เสมอ 3 แพ้ 1) สไตล์การเล่นของเบรนท์ฟอร์ดเวลาเปิดบ้านเจอเชลซี มักจะใช้ความดุดัน เสียงเชียร์ และการรับแล้วโต้ที่รวดเร็ว กดดันจนแผงหลังสิงห์บลูส์เสียรังวัดอยู่ตลอด ซึ่งตรงนี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ผมคิดว่าเชลซีจะประมาทไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

เบรนท์ฟอร์ด

  • 16/09/26 ชนะ เร้ดดิ้ง 2-1 (เยือน) ลีก คัพ
  • 12/09/26 เสมอ บอร์นมัธ 2-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
  • 05/09/26 เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
  • 30/08/26 เสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
  • 26/08/26 ชนะ เบอร์มิงแฮม 6-1 (เยือน) ลีก คัพ

ฟอร์มเกมเหย้าในลีก : แข่ง 2 นัด ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 0 ยิงได้ 4 เสีย 1 ประตู

มุมมองฟอร์มเบรนท์ฟอร์ด :

ผมคิดว่าจุดแข็งที่สุดของทัพ “ผึ้งฆ่า” ในเวลานี้คือ “ความพ่ายแพ้ยาก” สถิติไม่แพ้ใครมา 6 นัดติดต่อกันทุกรายการสะท้อนถึงวินัยในเกมรับและการยืดหยุ่นทางความคิดของกุนซือ คีธ แอนดรูว์ส ได้เป็นอย่างดี ทว่าหากมองลึกลงไปในเนื้อผ้า ผมเห็นจุดน่ากังวลอยู่นิดหน่อยตรงที่เกมในระดับพรีเมียร์ลีก 3 นัดหลังสุด พวกเขาจบด้วยผลเสมอทั้งหมด การหลุดเสมอทีมระดับกลาง-ล่างอย่าง ซันเดอร์แลนด์ หรือ บอร์นมัธ แสดงให้เห็นว่าเกมรุกเวลามีพื้นที่น้อยๆ ยังขาดความคม แต่สำหรับเกมที่จะต้องเจอเชลซี ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เล่นแน่นอน ผมมองว่าเข้าทางแผนของพวกเขาเต็มๆ

เชลซี

  • 12/09/26 เสมอ ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
  • 10/09/26 ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 6-3 (เหย้า) ลีก คัพ
  • 06/09/26 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
  • 30/08/26 ชนะ ไบรท์ตันฯ 4-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
  • 28/08/26 ชนะ ลูตัน ทาวน์ 2-0 (เหย้า) ลีก คัพ

ฟอร์มเกมเยือนในลีก : แข่ง 2 นัด ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 1 ยิงได้ 4 เสีย 4 ประตู

มุมมองฟอร์มเชลซี :

ถ้าให้พูดกันตามตรง ฟอร์มของเชลซีในยุค ชาบี อลอนโซ่ ตอนนี้คือ “บอลสไตล์เอ็นเตอร์เทน” ตัวจริงเสียงจริงครับ! คุณสามารถคาดหวังเรื่องประตูจากพวกเขาได้เลย เพราะ 6 นัดหลังสุดทุกรายการ ยิงไปถึง 18 ประตู เกมรุกเล่นกันดุดัน หลากหลาย และทรงพลังมาก นำโดย โคล พัลเมอร์ ที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเกม

แต่สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นจุดอ่อนร้ายแรงและน่าจะทำให้ อลอนโซ่ กุมขมับอยู่ตอนนี้คือ “เกมรับเสียประตูง่ายเกินไป” การโดน ฮัลล์ ซิตี้ บุกมาเจ๊า 2-2 หรือโดน ลีดส์ ถลุงไปถึง 3 ลูกในบอลถ้วย สะท้อนชัดเจนว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่แผงหลังถูกดันขึ้นสูง พื้นที่ด้านหลังแบ็กและช่องว่างระหว่างเซ็นเตอร์จะกลายเป็นจุดสลบให้คู่แข่งโจมตีทันที

 เบรนท์ฟอร์ด (ระบบ 4-2-3-1)

ขุมกำลังของ คีธ แอนดรูว์ส ยังคงโดนวิกฤตเดี้ยงเล่นงานกลุ่มผู้เล่นหน้าเดิมแบบยกแพ็ค ไม่ว่าจะเป็นสองเซ็นเตอร์อย่าง เซ็ปป์ ฟาน เด็น เบิร์ก และ นาธาน คอลลิ่นส์ รวมถึงแดนกลางทั้ง อันโตนี่ มิลัมโบ, จอช ดาซิลวา และ มาธิอาส เยนเซ่น ที่ยังไม่พร้อมช่วยทีมทั้งหมด

ผมคาดว่า แอนดรูว์ส จะไม่มีการปรับทัพจากชุดหลักมากนัก ผู้รักษาประตูยึด ควีมิน เคลเลเฮอร์ ลงเฝ้าเสา แผงหลังสี่คนประกอบด้วย อารอน ฮิคกี้ย์, ยานนิค ชูสเตอร์, คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ และ คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์

คู่มิดฟิลด์ตัวรับใช้ มามาดู ซ็องกาเร่ ยืนตัดเกมร่วมกับ วิตาลี่ จาเนลต์ ส่วนเกมรุกสามคนส่ง ดังโก้ อูอัตตาร่า, เยกอร์ ยาร์โมลยุ๊ค และ เควิน ชาเด้อ คอยสร้างสรรค์เกม โดยมี อิกอร์ ธิอาโก้ หัวหอกตัวเก่งยืนเป็นหน้าเป้าล่าสกอร์

  • รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาด : ควีมิน เคลเลเฮอร์ (GK) – อารอน ฮิคกี้ย์, ยานนิค ชูสเตอร์, คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์, คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์ – มามาดู ซ็องกาเร่, วิตาลี่ จาเนลต์ – ดังโก้ อูอัตตาร่า, เยกอร์ ยาร์โมลยุ๊ค, เควิน ชาเด้อ – อิกอร์ ธิอาโก้

เชลซี (ระบบ 4-2-3-1)

ด้านทีมเยือนของ ชาบี อลอนโซ่ ต้องเจอข่าวร้ายสดๆ ร้อนๆ เมื่อ มาโล กุสโต้ แบ็กขวาตัวเก่งมีอาการบาดเจ็บเพิ่มเติม ทำให้ต้องเข้าไปอยู่ในห้องหมอร่วมกับผู้เล่นบาดเจ็บค้างสต๊อกอย่าง เอ็มมานูเอล เอเมก้า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, มาร์โค ปาเลสตร้า และ มอยเซส ไซเซโด้

ในการจัดทัพ ผมมองว่า อลอนโซ่ จะส่ง เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายด่านประสบการณ์สูงลงเฝ้าเสา แผงหลังต้องถอย รีซ เจมส์ กลับมารับบทแบ็กขวา จับคู่เซ็นเตอร์ใช้ เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ยืนกับ เลวี่ โคลวิลล์ และวิงแบ็กซ้ายเป็น ยอร์เรล ฮาโต้

แดนกลางคุมจังหวะโดย วาเลนติน บาร์โก้ ร่วมกับ โรเมโอ ลาเวีย ขณะที่แนวรุกจัดเต็มสูบสามประสาน เปโดร เนโต้, โคล พัลเมอร์ และ มอร์แกน โรเจอร์ส คอยปั้นเกมสนับสนุน เชา เปโดร กองหน้าตัวใหม่ที่กำลังฟอร์มแรงให้ลงโป้งปิดบัญชี

  • รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาด : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ (GK) – รีซ เจมส์, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, เลวี่ โคลวิลล์, ยอร์เรล ฮาโต้ – วาเลนติน บาร์โก้, โรเมโอ ลาเวีย – เปโดร เนโต้, โคล พัลเมอร์, มอร์แกน โรเจอร์ส – เชา เปโดร

เกมนี้ผมมองว่าความน่าสนใจอยู่ที่ “การปะทะกันของสองสไตล์ที่ชัดเจน”

  1. จังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของเบรนท์ฟอร์ด :

ผมคิดว่าเบรนท์ฟอร์ดจะไม่เปิดหน้าแลกแบบบุ่มบ่ามตั้งแต่เสียงนกวีดดัง พวกเขารู้ดีว่าเชลซีมีแนวรุกที่น่ากลัวแค่ไหน สิ่งที่เจ้าบ้านจะทำคือการตั้งบล็อกแดนกลางให้แน่น ใช้ความแข็งแกร่งของ ซ็องกาเร่ และ จาเนลต์ คอยตัดบอล แล้วแย่งบอลเปิดยาวไปให้ อิกอร์ ธิอาโก้ พักบอลก่อนถ่ายออกข้างให้ ชาเด้อ และ อูอัตตาร่า ใช้สปีดความเร็วเล่นงานแบ็กสองข้างของเชลซีที่ชอบเติมสูง ซึ่งตรงนี้แหละครับที่เป็นจุดสลบของเชลซีมาตลอดทั้งฤดูกาล

  1. การสร้างสรรค์เกมและความเด็ดขาดของเชลซี :

ในมุมของเชลซี การไร้ ไซเซโด้ ในแดนกลางอาจลดความดุดันในการปะทะลงไปบ้าง แต่ทดแทนด้วยการเก็บบอลและผ่านบอลที่เนียนตาขึ้นของ ลาเวีย สิ่งที่ อลอนโซ่ ต้องเค้นให้ออกคือการให้ โคล พัลเมอร์ ยืนหาช่องระหว่างไลน์กองหลังและมิดฟิลด์ของเบรนท์ฟอร์ด หากพัลเมอร์มีเวลาดึงจังหวะและจ่ายบอลช่องว่างได้ ตัวรุกอย่าง เนโต้ หรือ เชา เปโดร ก็พร้อมจะเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นประตูทันที

  1. สภาพความพร้อมและขุมกำลังสำรอง :

ทั้งสองทีมมีปัญหานักเตะเจ็บเยอะพอๆ กัน แต่ผมมองว่าขนาดทีมและความหลากหลายของตัวสำรองฝั่งเชลซียังคงได้เปรียบอยู่พอสมควร หากเกมยื้อไปถึงช่วง 20 นาทีสุดท้าย แล้วสกอร์ยังเสมอกัน การเปลี่ยนผู้เล่นแก้เกมจากม้านั่งสำรองของ อลอนโซ่ อาจกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดผลแพ้ชนะในค่ำคืนนี้

เมื่อนำเอาองค์ประกอบทั้งหมดมาวิเคราะห์ร่วมกัน ทั้งเรื่องของสภาพทีม สถิติ H2H และทรงบอลล่าสุด ผมมองว่าเกมนี้มีโอกาสสูงมากที่จะออกหน้า “เปิดหน้าแลกกันสนุกและยิงกันเยอะ”

แม้เบรนท์ฟอร์ดจะมีสถิติการเปิดบ้านรับมือเชลซีที่ดีเยี่ยม และยังไม่แพ้ใครมา 6 นัดติด แต่ทรงบอลส่วนใหญ่ของพวกเขามักจะหนักไปทางเสมอ ขณะที่เชลซีแม้เกมรับจะพร้อมเสียประตูทุกเมื่อ แต่ศักยภาพเกมรุกในชั่วโมงนี้ร้อนแรงเกินต้านทานจริงๆ ด้วยเรตราคาเปิดมาให้ เชลซี ต่อเบาๆ ที่ 0.25 (ปป.) ผมคิดว่ายังน่าเสี่ยงวัดใจต่อทีมเยือนมากกว่าครับ

เชื่อว่าความเด็ดขาดของแนวรุกสิงห์บลูส์จะเบียดเอาชนะความเคี่ยวของเจ้าถิ่นไปได้แบบสุดมัน

  • ทีเด็ดบอล : ต่อ เชลซี 0.25
  • ฟันธงสกอร์ : “เชลซี บุกชนะ 3-1”
  • อัตราความมั่นใจ : 8/10
  • มุมมองสกอร์ สูง-ต่ำ : วาง สกอร์สูง (Over 3.25) มีโอกาสไหลยาว!

About Author